วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

แจงรายละเอียด : Apple พัฒนาแอป Maps โฉมใหม่ โดยใช้ฐานข้อมูลของตนเอง

แอป Maps ได้รับการแก้ไขปัญหาในหลายส่วน และลงทุนไปอย่างมหาศาลตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา และได้ตระหนักว่า Maps นั้นเป็นปัจจัยสำคัญทั้งด้านการคมนาคมขนส่ง, การขับขี่ยานพาหนะ และการเดิน รวมถึงอรรถประโยชน์ด้าน Location Service และฟังก์ชันอื่น ๆ ด้วย
ทางทีมงานจึงต้องการยกระดับให้เป็นแอปแผนที่ที่ดีที่สุด โดยการสร้างข้อมูลแผนที่ท้งหมดขึ้นมาใหม่  และที่สำคัญคือไม่ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ด้วย

Apple เน้นไปที่การอัปเดทและแก้ไขข้อมูลแผนที่ใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งทีมงานสามารถสร้างข้อมูลการจราจรขึ้นมาจาก iPhone หลายล้านเครื่องที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มากกว่าต้องพึ่งพาข้อมูลจากแหล่งอื่น
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีถนนสายใหม่เปิดให้บริการ ก็จะปรากฏขึ้นบนแอป Maps โดยทันที และผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางได้ทันทีเช่นกัน เพื่อความรวดเร็วและสะดวกสบายในการขับขี่รถยนต์
วิเคราะห์ข่าว
          ข้าพเจ้าคิดว่า การที่ apple พัฒนาแอป Maps นั้น เป็นการดีอย่างยิ่ง เพราะทำให้ชีวิตประจำวันของคนเราสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น แถมยังมีความรวดเร็ว ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี
ที่มา : www.beartai.com

Jaymart เปิดแพ็คเกจ “ประกันมือถือ” ครั้งแรกของไทย คุ้มครองอุบัติเหตุทั้งตัวเครื่องทั้งเจ้าของเครื่อง

นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าวว่า “จากความสำเร็จของ Jaymart Lifetime Warranty แคมเปญรับประกันมือถือตลอดอายุการใช้งานที่บริษัทฯเป็นผู้ริเริ่มขึ้น วันนี้ เจมาร์ท ได้เดินหน้าสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการมือถือไทยอีกครั้ง ด้วยแพ็คเกจการรับประกันรูปแบบใหม่ ในชื่อ “Jaymart We Care ดูแลเครื่อง ดูแลคุณ” โดยจับมือกับ บริษัท เจพี ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการธุรกิจประกันภัยครบวงจร ขยายสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าเจมาร์ท ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของตลาด ที่มีการให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวมือถือและเจ้าของเครื่องไปพร้อมกัน”

ลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนไม่ว่าจะเป็น Samsung , iPhone , Huawei , Oppo , Vivo , Sony , Motorola หรือ Nokia มูลค่า 8,000 บาทขึ้นไปกับ ร้านเจมาร์ท 200 กว่าสาขาทั่วประเทศ และ ทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์www.jaymartstore.com ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 กันยายน 2561 จะได้รับสิทธิประโยชน์ฟรีคือ
  • ประกันหน้าจอแตกนาน  เดือน
  • พร้อมฟรีบริการโอนย้ายข้อมูล
  • บริการตรวจเช็คสภาพเครื่อง 
  • และบริการทำความสะอาดเครื่อง
  • อีกทั้งเจ้าของเครื่องยังจะได้รับฟรีประกันอุบัติเหตุนาน เดือน
    • ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด แสนบาท
    • พร้อมค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 2,000 บาทต่อครั้ง
วิเคราะห์ข่าว
         
          ข้าพเจ้าคิดว่า การที่มีบริการแบบนี้เป็นความสะดวกสบายที่ดีอย่างหนึ่ง ได้ทั้งประกันโทรศัพท์และประกันชีวิตตนเองอีกด้วย ทำให้มีความสะดวก ไม่ต้องไปทำประกันชีวิตที่อื่นอีก 

ที่มา : www.beartai.com

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561

Samsung Galaxy S10 จ่อตัดลำโพงสนทนาทิ้ง หันใช้เทคโนโลยีเปล่งเสียงผ่านหน้าจอ

Samsung Galaxy S10 จ่อตัดลำโพงสนทนาทิ้ง หันใช้เทคโนโลยีเปล่งเสียงผ่านหน้าจอ





สื่อต่างประเทศให้ความสนใจกับเทคโนโลยีใหม่ของทาง Samsung ระหว่างงาน Society of Information Displays 2018 (SID) ซึ่งทาง Samsung เปิดตัวคอนเซ็ปต์นวัตกรรมใหม่ที่ตัวเครื่องสมาร์ทโฟนสามารถส่งเสียงผ่านหน้าจอแสดงผลได้ ซึ่งทำให้สามารถขยายพื้นที่หน้าจอได้ติดขอบได้มากยิ่งขึ้นแบบไม่ต้องอาศัยลำโพงสนทนาอีกต่อไป โดยสื่อเกาหลีระบุว่า Samsung และ LG เตรียมจะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับสมาร์ทโฟนเรือธงในปีหน้า ซึ่งก็คือ Samsung Galaxy S10 และ LG G8 นั่นเอง
สำหรับเทคโนโลยีดังกล่าวหน้าจอจะสามารถเปล่งเสียงออกมาได้ผ่านการสั่นสะเทือนหน้าจอในช่วงครึ่งบน ที่มี bandwidth อยู่ระหว่าง 100 – 8000 Hz ซึ่งการเสียงจะเปล่งออกมาเมื่อผู้ใช้ยกสมาร์ทโฟนมาแนบหูเท่านั้น ซึ่งเทคโนโลยีนี้คล้ายกับ SoundCasting ของทาง Vivo ที่เปิดตัวมากับ Vivo NEX เมื่อเร็ว ๆ นี้

วิเคราะห์ข่าว
              ในความคิดของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดว่าการที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆแบบนี้เป็นการดี ยิ่งในยุคปัจจุบันนี้แล้วด้วย ความสะดวกสบายเป็นสิ่งสำคัญ การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยีต่างๆจึงมีความจำเป็น อย่างข่าวที่ยกตัวอย่างมานั้น sumsung s10 ไม่จำเป็นจะต้องมีลำโพงสนทนาอีกต่อไป และยังมีการเปล่งเสียงออกมาเมื่อผู้ใช้มีการแนบโทรศัพท์กับหูเท่านั้น ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีก
ที่มา : www.beartai.com

วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2561

"เฟสบุ๊ก" เตรียมถูกสอบ กรณี 'เคมบริดจ์ อนาลีติกา' ขโมยข้อมูลผู้ใช้ 50 ล้านคน



สื่อสังคมออนไลน์ Facebook เผชิญกับการตรวจสอบครั้งใหม่ทั้งในอังกฤษและสหรัฐฯ เกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจของอังกฤษ 'เคมบริดจ์ อนาไลติกา' (Cambridge Analytica) รวบรวมและแชร์ข้อมูลของผู้ใช้ Facebook หลายสิบล้านคน โดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี ค.ศ.2016
รายงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า Cambridge Analytica ใช้ข้อมูลของสมาชิกผู้ใช้ Facebook กว่า 50 ล้านคน อย่างไม่เหมาะสม เพื่อโน้มน้าวให้คนอเมริกันออกเสียงให้กับมหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ โดนัลด์ ทรัมป์ และช่วยให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี ค.ศ. 2016
ในขณะเดียวกัน สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า คณะกรรมการด้านการค้าของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบว่า Facebook ละเมิดกฎเกณฑ์ข้อบังคับของทางการสหรัฐฯ ด้วยการอนุญาตให้ Cambridge Analytica ใช้ข้อมูลที่บรรดาผู้ใช้ของ Facebook โพสต์ลงในโลกออกไลน์หรือไม่
เมื่อวานนี้ Facebook ได้สั่งห้าม Cambridge Analytica ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับ Facebook อีกต่อไป และจะไม่รับโฆษณาจากบริษัทดังกล่าวด้วย ขณะที่สมาชิกรัฐสภาของสหรัฐฯ หลายคน เรียกร้องให้นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของ Facebook ขึ้นให้การต่อรัฐสภาสหรัฐฯ เกี่ยวกับกรณีอื้อฉาวนี้
ส.ว.เอมี โคลบุชชาร์ (Amy Klobuchar) กล่าวว่า สิ่งที่รัฐสภาสหรัฐฯ ต้องการทราบ คือ เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหนต่อข้อมูลของผู้ใช้ Facebook กว่า 50 ล้านคนที่ถูกขโมยไป และ Facebook แก้ไขจัดการเรื่องนี้อย่างไร
ราคาหุ้นของ Facebook ตกต่ำลงในการซื้อขายในวันจันทร์หลังการเปิดเผยข่าวนี้ ส่งผลให้ Facebook สูญเงินหลายพันล้านดอลลาร์
ด้านคณะกรรมการด้านข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลอังกฤษ เอลิซาเบ็ธ เดนแนม (Elizabeth Denham) เปิดเผยว่า เธอกำลังออกหมายค้นเพื่อใช้ในการตรวจสอบสำนักงานใหญ่ของบริษัท Cambridge Analytica ในกรุงลอนดอน จุดประสงค์เพื่อดูว่า Facebook ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ Facebook หรือไม่
เอลิซาเบ็ธ เดนแนม กล่าวกับสำนักข่าว BBC ว่า สิ่งที่รัฐบาลอังกฤษกำลังตรวจสอบ คือ Facebook ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อย่างไร และมีการตอบสนองต่อการถูกแชร์หรือขโมยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างไร
Facebook ระบุว่า ข้อมูลที่รั่วไหลนั้นถูกรวบรวมผ่านแอพพลิเคชั่นอย่างหนึ่งใน Facebook ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยนักวิชาการชาวอังกฤษ อเล็กซานเดอร์ โคแกน (Aleksandr Kogan) จากมหาวิทยาลัย Cambridge และมีผู้ดาวน์โหลดแอพที่ว่านี้ราว 270,000 คน โดยข้อมูลที่รั่วไหลนั้นยังรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่เป็นเพื่อนใน Facebook ของคนที่ดาวน์โหลดแอพดังกล่าวด้วย
ทาง Facebook กล่าวหาด้วยว่า นายโคแกนละเมิดกฎข้อบังคับในการใช้ Facebook ด้วยการส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นให้กับบริษัท Cambridge Analytica
ในวันอังคาร มหาวิทยาลัย Cambridge ได้สอบถามไปยัง Facebook เพื่อขอข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง นายโคแกน กับบริษัท Cambridge Analytica ด้วย
(ผู้สื่อข่าว Ken Bredemeier รายงาน / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง)



วิเคราะห์ข่าว
     
        ข้าพเจ้าคิดว่า การที่มีข้อมูลผู้ใช้เฟสบุ๊ครั่วไหลออกมาไม่ว่ามากหรือน้อยนั้น ย่อมเป็นปัญหาต่อผู้ใช้เฟสบุ๊คทั้งหมด เพราะผู้ใช้มีข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ความลับ หรือข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ อาจจำนำไปสู้การก่ออาชญากรรม การปลอมแปลงเอกสาร การปลอมแปลงตัวตน ทำให้ผู้ใช้เดือดร้อนได้ 


ที่มา: voathai